เราเพิ่งรู้ความหมายของคำว่าฝูงชนในไม่นานมานี้
มันเริ่มต้นที่ว่า โรงเรียนของเรานั้นมีตึกหนึ่งที่มีอยู่ 8 ชั้น
แน่ละ ไม่มีใครอยากเดิน ทุกคนตั้งความหวัง กับลิฟท์ ที่มีอยู่เพียง 2 เครื่อง
กับนักเรียน 2000 คน อีกทั้งนโยบายของโรงเรียนช่วยชาติ ประหยัดพลังงาน
แต่เปลืองแรงนักเรียน โดยการเปิดลิฟท์เฉพาะชั้นที่เป็นเลขคู่ ใครอยากไปชั้น 3 5 7
โปรดกรุณาใช้กำลังขา ของตัวเอง เรากลับมากับหัวข้อเรื่องที่ว่า ฝูงชน
เมื่อวานนี้ เวลา ประมาณ 14.30น. ขณะกำลังรอลิฟท์ ที่รอเท่าไรก็ไม่มาซักที
และแล้วเวลานั้นก็มาถึง ลิฟท์ลงมาถึงชั้นล่างสุด หน้าประตูลิฟท์ เจอกับฝูงชนมากมาย
ที่ยืนต้อนรับคนกำลังออกจากลิฟท์ ด้วยเหตุผลว่า"มึงรีบๆออกมา กูจะได้เข้า"
แต่แน่ละ ไม่เคยมีฝูงชนคนใด กล้าหลุดความคิดนี้ออกมาด้วย แต่ทุกคนพยายาม
สื่อสายตาประสานใจเข้ามาในลิฟท์ ผู้คนในลิฟท์เริ่มเหงื่อตก และพยายาม
กระเสือกกระสน ออกจากลิฟท์ และเมื่อวานนี้
ข้าพเจ้าอยู่รอบนอกของวงฝูงชน จึงเห็นเหตุการร์ระดับชาติ ด้วยสายตาของข้าพเจ้าเอง
บุคคลในลิฟท์ กระเสือกกระสน ออกมา ทีละคน ทีละคน ผ่านไปประมาณ 3 นาที
ก็เห็น " เนเหมียวสีหบดี" ข้าพเจ้าเรียกเพื่อน คนนั้นก่อนจะระลึกได้ว่าอะไรหายไป
"คาบีล่ะ" เมื่อข้าพเจ้ารู้ถึงความสงสัยนั้น จึงโพล่งออกไปทันที
และข้าพเจ้าก็ตระหนัก คาบี กำลังออกจากลิฟท์ แต่ มันเป็นคนสุดท้าย และเมื่อมันกำลัง
แทรกผู้คน ฝูงชนทั้งหลายที่รออยู่หน้าลิฟท์ก็ทนไม่ไหว กรูกันเข้าไปอย่างไร้เหตุผล
คาบีน่ะเหรอ ปลิวเข้าไปอยู่ที่ในสุดเช่นเดิม แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ด้วยเหตุผลว่า
ถ้ากูไม่ออกต้องขึ้นไปใหม่แน่แน่ คาบีจึงกระเสือกกระสนออกมาได้เสร็จ แทนที่จะเป็เพื่อนผู้แสนดี
ถามว่า "แกเป็นไรป่าว"
แต่เปล่าหรอก พอข้าพเจ้า เจอ หน้ามันกลับหัวเราะ หัวเราะจนท้องแข็งเลย
จบ